วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เผยวิธีหยุดรถเมื่อเกิดเบรคแตก ทำตามแบบนี้ปลอดภัยแน่นอน


เผยวิธีหยุดรถเมื่อเกิดเบรคแตก ทำตามแบบนี้ปลอดภัยแน่นอน


เรื่องการขับรถบนท้องถนน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการใช้สติและความไม่ประมาทเพื่อชีวิตที่ปลอดภัย การดูแลรักษาเครื่องยนต์ให้มีความพร้อมตลอดเวลาก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะนอกจากจะป้องกันอุบัติเหตุแล้ว จะช่วยให้สภาพรถของคุณไม่ชำรุดโดยเร็วอีกด้วย


แต่ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ บางครั้งเกิดจากความบกพร่องของรถ และอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยคือ “เบรคแตก” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แบบกะทันหันโดยไม่คาดคิด แล้วเราต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น วันนี้เรามีวิธีจัดการปัญหานี้มาฝากกันดังนี้

1. ตั้งสติ เมื่อเหยียบเบรกแล้วรถไม่ชะลอหรือหยุด การตั้งสติ คิดให้เร็วขึ้นทำให้รถช้าลง หาวิธีแก้ปัญหา ถ้ามีช่องว่างให้ชิดซ้ายทันที เพราะรถเบรกแตกขับไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น

2. ลดคันเร่งและความเร็ว จำไว้ว่าเครื่องยนต์มีแรงเสียดทาน จงใช้ให้เป็นประโยชน์ ที่เรียกว่าเอ็นจิ้น เบรก (Engine Brake)หรืออาการหน่วงของเครื่องยนต์ ช่วยให้ลดความเร็วอย่างกะทันหัน ทำได้โดยเหยียบคลัตช์ ลดตำแหน่งเกียร์ ส่วนเกียร์อัตโนมัติถ้ามีโอเวอร์ไดรฟ์ให้กดปุ่มโอเวอร์ไดรฟ์ หรือสับตำแหน่งเกียร์ จาก D มาเป็น 3 และต่ำลงมาเรื่อยๆ แต่ห้ามเปลี่ยนพรวดเดียวลงมาเป็น L เพราะเครื่องยนต์อาจพังได้

 3. จับพวงมาลัยให้มั่นแล้วชิดซ้าย เมื่อลดเกียร์รถจะค่อยๆ ช้าลง แต่ไม่ถึงกับหยุดสนิท หาทางชิดซ้ายเข้าข้างทาง ห้ามเติมคันเร่ง ถ้ามีรถกีดขวางให้บีบแตรเพื่อส่งสัญญาณ ถ้าเป็นไปได้ควรเปิดไฟฉุกเฉินด้วย

4. เบรกมือช่วยได้ แม้เบรกแตกแต่เบรกมือหรือที่เรียกว่าเบรกฉุกเฉิน (E-Brake/Emergency Brake) สามารถช่วยได้ จะช่วยลดความเร็วที่ล้อหลัง ช่วยหน่วงและชะลอได้ แต่จำไว้ว่าอย่าดึงแรงทีเดียว ค่อยๆ ดึงขึ้นจนสุด จะช่วยลดความเร็วได้บ้างไม่มากก็น้อย

5. ทางลาดชันทำยังไง ในกรณีโชคร้ายพบว่าเบรกแตกขณะลงเขานั้น สิ่งสำคัญต้องลดความเร็วอยู่ดี เพียงแต่การลงเขาจะมีโมเมนตัมมากขึ้นจากแรงดึงดูดของโลก การชะลอรถควรเริ่มจากการลดเกียร์ต่ำลงก่อน แต่ให้งดการใช้เบรกมือจนกว่าจะถึงช่วงความชันน้อย จะตอบสนองได้ชัดเจนกว่าและไม่ทำให้เกิดความร้อนมากเกินไป

6 ห้ามดับเครื่องยนต์ทันที เพราะเราจะศูณเสียการควบคุมทันที



Cr. http://www.share-si.com/2016/03/blog-post_32.html

10 วิธีที่ทำให้อาการหวัดหายเป็นปลิดทิ้ง


หายป่วยแน่แค่ทำแบบนี้
1. ค็อกเทล วิสกี้ บรั่นดี สักช้อต!
เริ่มที่ของแรงก่อนเลย ฤทธิ์ความร้อนของแอลกอฮอล์ ช่วยทำให้คนที่กำลังเป็นหวัดหายใจได้คล่องขึ้น ช่วยลดการคายน้ำ และยังลดอาการบวมของเยื่อจมูกได้ด้วย ดังนั้น ลองดื่มเครื่องที่ว่านี้เพียงแค่ 1ช้อตก่อนเข้านอน รับรองว่าช่วยให้หายใจโล่งขึ้นแน่นอน
 
 
2. ล้างจมูกก่อนเข้านอน
การใช้น้ำเกลือล้างจมูกจะช่วยให้จมูกโล่งขึ้น และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายในโพรงจมูกไปด้วยในตัว! อย่างไรก็ตาม การล้างจมูกต้องทำอย่างถูกวิธี มิเช่นนั้นอาจจะเกิดการสำลักได้ อุปกรณ์ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการล้างจมูก ก็คือ ไซริงค์หรืออุปกรณ์สำหรับล้างจมูก ลองไปหาซื้อและศึกษาวิธีการล้างจมูกที่ถูกต้อง การล้างจมูกไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณหายจากหวัดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและไม่ป่วยง่ายด้วย
 
 
3. สวมถุงเท้าเปียกก่อนเข้านอน
การนอนโดยสวมถุงเท้าเปียกช่วยให้อาการป่วยของคุณทุเลาลงได้ เนื่องจากความชื้นของถุงเท้าจะช่วยลดไข้และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่เท้าด้วย วิธีการก็คือ ก่อนนอนให้แช่เท้าในน้ำอุ่น แล้วค่อยสวมถุงเท้าผ้าคอตต้อนที่แช่ไว้ในน้ำเย็น จากนั้นจึงสวมถุงเท้าไหมพรมทับอีกสัก 2-3 ชั้น แล้วเข้านอนตามปกติ หลังจากตื่นนอนขึ้นมาจะรู้สึกดีขึ้นมากแน่นอน
 
   
4. ทานอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน
ลองเลือกอาหารที่เหมาะสมเป็นตัวช่วยต้านไข้หวัดดูสิค่ะ ไม่ว่าจะเป็น แครอท , แครนเบอร์รี่ , หัวหอม, บลูเบอร์รี่ , กล้วย, ข้าวกล้อง , พริกไทย มัสตาร์ดหรือวาซาบิ อาหารเหล่านี้ล้วนแต่มีวิตามินC วิตามิน D สังกะสี และสารอาหารอื่นๆที่เป็นประโยชน์มากมาย ซึ่งล้วนแต่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงทั้งนั้น
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีขาว เช่น น้ำตาล นม , ชีส, ผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่มน้ำอัดลม ซึ่งเป็นอาหารที่อาจทำลายสุขภาพได้ เท่านี้สุขภาพของคุณก็จะแข็งแรงขึ้นมากๆแล้ว
 
 
5. บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ
การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือก่อนนอนจะช่วยลดการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบนได้ ซึ่งช่วยทำให้อาการหวัดหายได้เร็วขึ้น
 
 
6. อบไอน้ำ
การอบไอน้ำจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และช่วยลดอาการปวดเมื่อยให้แก่คุณได้ นอกจากนี้ ความร้อนที่ร่างกายได้รับยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้น อาการป่วยที่คุณเป็นอยู่จึงทุเลาลงได้ หายใจได้สะดวกขึ้น วิธีการอบไอน้ำก็คือ ให้เทน้ำร้อนจัดลงในชามใบใหญ่ เอาหน้าไปใกล้ชาม แล้วคลุมหัวด้วยผ้าขนหนูเพื่อให้ใบหน้าได้รับไอน้ำอย่างเต็มที่ จากนั้นค่อยๆสูดหายใจเข้า-ออกอย่างช้าๆ ทำเช่นนี้ครั้งละ 5-10 นาที
 
   
7. ประคบร้อนและเย็นบริเวณจมูก
หากคุณมีอาการคัดจมูกอย่างหนักลองประคบร้อนและเย็นที่จมูกดู เพียงแค่เอาผ้าขนหนูเปียกเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟสัก 1 นาที ประคบสลับกับผ้าขนหนูแช่ในช่องฟรีสในตู้เย็น อาการคัดจมูกที่เป็นอยู่จะทุเลาลงได้
 
 
8. ยาหม่องทาๆถูๆ
ลองใช้ยาหม่องเปปเปอร์มิ้นท์ทาบางๆที่รูจมูก กลิ่นของสมุนไพรจะช่วยลดอาการคัดจมูกได้ดีมากๆ และยังช่วยลดเยื่อจมูกอักเสบจากการที่คุณสั่งน้ำมูกและจามได้อีกด้วย
 
 
9. นอนหนุนหมอนสูง
เมื่อรู้ว่าเป็นหวัดเข้าแล้ว ให้นอนหนุนหมอนสูงๆ เพราะจะช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้น
 
 
10. ดื่มน้ำมะนาวสดบ่อยๆ
น้ำมะนาวคั้นสดมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซีที่ช่วยให้หายหวัดได้เร็วขึ้น รวมถึงความสามารถในการช่วยย่อยและขับสารพิษได้ดี เพราะฉะนั้น หากรู้ตัวว่าเป็นหวัดให้เลือกดื่มน้ำมะนาวจะดีที่สุด แต่ถ้ากลัวว่าจะเปรี้ยวจนดื่มไม่ได้ ให้ใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย น้ำมะนาวก็จะดื่มง่ายมากขึ้น
 
 
ทั้ง 10 วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆสำหรับคนที่เป็นหวัด หากทำตามนี้รับรองว่าใช้เวลาไม่นาน อาการป่วยที่เป็นอยู่ต้องดีขึ้นได้แน่นอน ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำเปล่ามากๆและนอนหลับอย่างเพียงพอด้วย เพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายได้เป็นอย่างดี
 
แต่ถ้าทำทุกวิธีแล้วยังไม่หาย นั่นสดงว่าเชื้อโรคที่เข้าไปในตัวคุณร้ายแรงมาก เช่น อาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือไข้เลือดออก เป็นต้น  ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เลี้ยงลูก สำหรับพ่อแม่ และสำหรับลูก

• เมื่อเลี้ยงลูกให้ ‘พึ่งตนเอง’ ได้แล้ว 
วันหนึ่งเขาจะเป็นที่พึ่งให้กับพ่อแม่ 
ตามธรรมชาติของการผลัดกันดูแล
ในหมู่มนุษย์ผู้มีใจสูง
• สำหรับพ่อแม่ 
หากคุณเลี้ยงลูกในสิ่งที่คุณอยากให้เป็น
คุณจะไม่มีทางได้ ‘รู้จัก’ ลูก 
หรือ ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของลูก
และสำหรับลูก
เราควรพูดกับพ่อแม่ดีๆ
ให้ท่านเข้าใจในตัวตนของเรา 
จะได้ไม่ต้องเถียงกัน 
พูดด้วยเหตุด้วยผล
• ทำให้เด็กมีปัญหา
แล้วโลกจะมีปัญหากว่านั้น
ทำให้เด็กหมดปัญหา 
แล้วโลกจะมีคนพยายามทำปัญหาให้หมดไป
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
• มนุษย์จะ ‘รู้จักตัวเอง’
ผ่านการลองทำสิ่งที่สมัครใจ 
ไม่ใช่การถูกบังคับให้ทำ 
หรือมีแรงจูงใจเป็นรายได้
• ความขัดแย้งระหว่างแม่กับลูก 
เป็น "ปัญหาคู่โลก"
เป็นความขัดแย้งทางความคิด..
ไม่ถือว่าบาป
เพียงแต่เรา
ต้องไม่คิดหรือพูดต่อกันด้วย ‘โทสะ’
หรืออารมณ์โกรธ
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
• ฝึกคิดเลือกคำพูดที่ดี ที่นุ่มนวล
หรือที่กรองแล้วว่า
ระคายโสตน้อยที่สุด
ตัวการ ‘ฝึกคิด’ จะเป็น ‘กรรมดี’
ในทั้งแง่ของมโนสุจริต และวจีสุจริต
ตลอดจนเป็นการฝึกสติ
ให้เกิดสมาธิในการพูด
เพราะการเอาชนะแรงอัด
ในการพูดทางร้าย
ก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางใจ
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
• เด็กจะสนใจทุกคำตอบที่เขาสงสัย
แต่จะเพิกเฉยกับทุกคำสอนที่สร้างความสงสัยว่า 
ทำไมเขาต้องทนฟัง
• การสอนที่ล้าสมัยทำให้เด็ก ‘จม’ อยู่กับอดีต 
การสอนที่ล้ำสมัยทำให้เด็กอยากสร้างอนาคต 
การสอนที่ทันสมัยทำให้เด็กอยู่กับปัจจุบันเป็น.
Cr. FB:ดังตฤณ

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ยามที่คุณจะปรักปรำ

ยามที่คุณจะพูดคำที่ไม่เป็นมงคลหรือคำที่ให้ร้าย 
.......ลองนึกถึงคนที่ไม่สามารถพูดได้ดูนะ
ยามที่คุณจะปรักปรำสามีและภรรยา 
.......ลองนึกถึงตอนที่อธิษฐานต่อฟ้าต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ให้ดลบันดาลสมหวังในรักครั้งนี้ด้วยเถิด
ยามที่คุณจะปรักปรำว่าชีวิตนี้ช่างบัดซบสิ้นดี 
.......ลองนึกถึงคนที่อยากมีชีวิตต่อ
แต่ต้องมาด่วนลาจากโลกใบนี้ไป
ยามที่คุณจะปรักปรำรำคาญลูกหลาน 
.......ลองนึกถึงคนที่พยายามทำกิ๊ฟ
แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีลูกได้ชื่นชม
ยามที่คุณจะปรักปรำว่าไม่มีใครทำความสะอาดบ้านช่อง 
.......ลองนึกถึงคนยากไร้ต้องนอนอยู่ข้างถนนดู
ยามที่คุณจะปรักปรำรำคาญว่าทำไมรถถึงได้ติดเพียงนี้ 
.......ลองนึกถึงคนที่เดินเท้าไปทำงานเหล่านั้นดู
ยามที่คุณจะปรักปรำรำคาญงานที่ทำอยู่ 
.......ลองนึกถึงคนที่ตกงาน คนพิการ 
คนที่พยายามไปสมัครงานเป็นปีๆแต่ยังไม่ได้งานทำ
ยามที่คุณจะปรักปรำตำหนิหรือด่าทอใครๆ 
.......ลองนึกถึงตัวเองดู คุณเองไม่เคยทำผิดบ้างเลยหรือ? 
ใครบ้างไม่เคยผิดพลาด
ยามที่คุณท้อแท้หมดหวังดั่งคนสิ้นแรง 
.......ลองยิ้มให้ตัวเองในกระจกและบอกกับตัวเองว่า 
“ชีวิตยังไม่สิ้น พรุ่งนี้จะดีกว่าเก่า”

FB: นิทาน เรื่องเล่า บทความดีๆ

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โดราเอมอน..โนบิตะ


โดราเอมอน.. เป็นเพื่อนอยู่เคียงข้างโนบิตะเป็นเวลาแปดสิบปี
โนบิตะก่อนตายบอกกับโดราเอมอนว่า...
"หลังจากที่ผมจากไปแล้ว เธอก็กลับไปใช้ชีวิตในอนาคตอย่างมีความสุขเถิด"
ไม่นานต่อมา โนบิตะก็ตายจากไป.. 
แต่โดราเอมอนไม่ได้กลับไปในอนาคต 
แต่กลับใช้ไทม์แมชชินย้อนกลับไปในวันแรกที่พบเจอโนบิตะ 
แล้วพูดกับโนบิตะว่า 
"สวัสดี.. พบเจอครั้งแรก ผมชื่อโดราเอมอน"........
หากเรา.. เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว 
เราลองย้อนเวลากลับไปที่เจอกันวันแรก 
คิดถึงความรู้สึกความเข้าใจร่วมกัน
ในการพบเจอกันครั้งแรก
จะโกรธ..จะเคือง หรือใดๆ ก็ตาม 
จงหวนกลับไปคิดถึงวันแรกที่ได้พบเจอ
ความยินดี ความรู้สึกเป็นสุขที่ได้พบเจอ 
คบหาเป็นเวลานานไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
จึงเกิดเป็น...ความรัก
พบกันชาตินี้ วาสนาไม่ใช่ได้มาง่ายๆ
หากชีวิตนี้ มีเพียงความรู้สึกเหมือนดั่งเจอะเจอครั้งแรก
เป็นเพื่อนที่ดี หรือเป็นคนรักก็ช่าง 
จงหวงแหน ทะนุถนอม กันและกันนะครับ
( ^_______^ )

FB: นิทาน เรื่องเล่า บทความดีๆ