วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กอดก่อนสอนที่หลัง

หมอได้เรียนรู้เทคนิคอันนึงในการจัดการกับพฤติกรรมอันน่าเวียนหัวของลูกที่อยากจะนำมาแบ่งปันกันค่ะ

ตอนนี้ลูกสาวเข้าใกล้สองขวบ ขณะเดินทางมาต่างประเทศ ก็เริ่มเกิดอาการงอแงทดสอบแม่เป็นระยะๆ

ล่าสุดก็ไม่ยอมอาบน้ำ ทั้งหลอกล่อ ให้ทางเลือก อะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น ร้องไห้โวยวาย"หนูไม่อาบน้ำๆๆๆ"

หมอซึ่งกำลังรีบเพราะเกรงใจคนอื่นๆ ที่รออยู่นาน จึงเริ่มมีอารมณ์ และเริ่มหลุดคำพูดเชิงลบ
"ทำไมคุยกันไม่รู้เรื่องเลยลูก ไม่น่ารักเลย"
"ถ้าหนูไม่อาบน้ำก็ไม่ต้องไป แม่จะทิ้งไว้ที่โรงแรมละนะ"
"ถ้าเป็นอย่างนี้วันหลังแม่ไม่พามาเที่ยวด้วยแล้ว"

ผลก็คือลูกสาวยิ่งร้องไห้หนัก โวยวายกว่าเดิม
"ไม่เอาๆๆแม่ไม่ทิ้งหนูๆๆๆ"
จากเรื่องไม่ยอมอาบน้ำ ตอนนี้กลับร้องไห้โวยวาย...กลายมาเป็นเรื่องใหม่

โชคดีที่หมอตั้งสติได้เร็ว เลยรู้ว่ากำลังทำสิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่
พอตั้งสติ "สงบอารมณ์" ตัวเองได้ จึงแปลงร่างจากนางมารกลายเป็นนางฟ้า55
สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรก...

"เข้าไปกอดลูก"

หมอกอดลูกแน่นๆ พร้อมบอกว่า
"แม่ขอโทษนะที่แม่พูดกับหนูไม่ดีเลย แม่ขอโทษจริงๆจ้ะ"
"แม่รู้ว่าหนูคงไม่อยากอาบน้ำใช่มั้ยลูก กำลังเล่นสนุกอยู่เลย"
"หนูไม่อาบน้ำ!"
เสียงพูดปนเสียงสะอื้นแต่โวยวายน้อยลง
"แต่เราต้องไปข้างนอกกันแล้วลูก แม่รู้ว่าหนูก็คงอยากไปด้วยกันใช่มั้ยจ๊ะ"
"แม่รู้ว่าหนูพูดรู้เรื่อง หนูเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราอาบน้ำกันนะลูก ว่าแต่หนูจะถอดกางเกงเอง หรือให้แม่ถอดให้ดีน้า"
ยังไม่มีคำตอบ มีแต่เสียงสะอื้นเบาๆ
"เอ แต่หนูถอดกางเกงได้เก่งแล้วนี่ลูก ไหนถอดกางเกงให้แม่ดูหน่อยสิจ๊ะ"

เท่านั้นเองค่ะ จากเด็กหญิงที่กำลังเหวี่ยงวีนก็สงบเสียงสะอื้น ถอดกางเกงให้ดู และจูงมือหมอเดินไปที่อาบน้ำ "หม่ามี้อาบน้ำให้เบเน่หน่อย"

หมอคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สอนอะไรหมอพอสมควร..
ลูกกำลังรู้สึกเศร้า สิ้นหวัง เสียใจ (ที่ต้องเลิกเล่นและไปอาบน้ำที่ไม่อยากอาบ) หมอใช้คำพูดที่ยิ่งตอกย้ำว่าเค้าช่างน่าสิ้นหวัง ทำไมทำตัวแย่อย่างนี้... ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เค้ารู้สึกแย่กว่าเดิม เลยยิ่งฟูมฟายเสียใจ แถมคราวนี้เป็นเรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องเดิม

โชคดีที่หมอมีสติ มองหาว่าลูกรู้สึกอย่างไร
เค้ากำลังเศร้า สิ้นหวัง...หมอบอกเค้าว่า"แม่เข้าใจ"
เค้ากำลังไม่อยากทำ...หมอบอกเค้าว่า"ต้องทำเพราะอะไร"
เค้ากำลังรู้สึกไม่พร้อม...หมอบอกเค้าว่า"เค้าทำได้" เค้าเก่งพอและมีความสามารถ

ที่สำคัญ...
หมอกอดลูกเพื่อให้ลูกสงบลง
หมอกอดลูก ให้ลูกรับรู้ว่าหมอทำด้วยความรัก
หมอกอดลูกเพราะการกอดลูกทำให้ตัวหมอเองก็"สงบได้"
ทึ่สำคัญการกอดลูกทำให้หมอรับรู้ว่า"เรารักเค้าแค่ไหน"
รักมากพอ...ที่จะไม่ทำร้ายกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น
และนั่นทำให้หมอเลือกวิธีการ "พูดกันดีๆ"

สิ่งมหัศจรรย์ที่หมอไดัพบนอกจากการให้ความร่วมมือที่ดีขึ้นของลูก ก็คือหลังเหตุการณ์ผ่านไปเกือบสิบกว่านาที อยู่ๆ เด็กหญิงวัยขวบกว่าก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่า
"เบเน่ขอโทษมามี้"
"เบเน่ขอโทษมามี้เรื่องอะไรลูก"
"ที่เบเน่งอแงไม่ยอมอาบน้ำ"
^______^

หมอเชื่อว่าเมื่อเราแสดงความนับถือในตัวลูก
ลูกก็จะนับถือในตัวเรา
เมื่อเราเคารพในตัวตนของลูก
ลูกก็จะเคารพในตัวตนของเรา
และเค้าก็จะ "นับถือและเคารพตัวเอง"

หมอเลยกอดลูกอีกหลายครั้ง (คราวนี้ด้วยความปลื้มปริ่มใจ) และสอนลูกว่า "แม่เข้าใจจ้ะ ว่าหนูคงกำลังอยากเล่นอยู่ แต่หนูเก่งมากเลยลูก ที่อดทนอาบน้ำจนเสร็จ เห็นมั้ย เราเลยได้ออกมาเที่ยวกันทันเวลา"
"ถ้าหนูเอาแต่งอแงร้องไห้ เราคงไม่ได้ออกมาดูน้ำพุเต้นระบำสวยๆ แบบนี้ แม่ดีใจที่ลูกของแม่เก่งมากเลย"

"เด็กๆก็ร้องไห้ได้... แต่ต้องไม่งอแง"
"เบเน่ไม่งอแงแล้วค่ะ"
ประโยคที่ออกมาจากปากลูกสาววัยขวบเก้าเดือน

รักลูก...กอดลูกก่อนจะสอนนะคะ
แล้วคุณจะพบว่าทั้งความรัก ความเป็นห่วง และสิ่งที่คุณอยากจะสื่อออกไป
...ลูกจะรับมันไปได้เต็มๆ

#หมอโอ๋ FB: เลี้ยงลูกนอกบ้าน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น